Think Creative

Think Creative

วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Global Art Mini Competition

วันนี้พี่โกบี้มีภาพโฉมหน้ากลุ่มของน้องๆที่ได้รับรางวัลในงานประกวดวาดภาพระบายสี ( Global Art Mini competition )มาฝาก

น้องๆกลุ่ม A


น้องๆกลุ่ม B

น้องๆกลุ่ม C

และน้องๆกลุ่ม D
ภาพรวมบางส่วนในงานวันนั้น..!

วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

handicraft สุดเท่ห์ของน้องๆประจำเดือนกุมภาพันธ์

       กลับมาพบกันอีกครั้งแล้วนะคร้าบ...สำหรับกิจกรรมดีๆส่งท้ายเดือนแห่งความรัก
คราวนี้พบกับงานประดิษฐ์ที่มาในรูปแบบ two in one ที่มีชื่อว่า รถบอลลูนพองลม
       อันดับแรกน้องๆจะได้เรียนรู้การทำงานแบบ2มิติ เพราะตัวงานที่น้องๆจะได้ทำ
จะเป็นพื้นผิวเรียบๆซึ่งน้องๆสามารถใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไป ด้วยการระบายสี
หรือวาดต่อเติมให้เป็นรถที่มีลายเฉพาะตัวได้ตามจินตนาการเลยคร้าบ
       และเมื่อน้องๆได้แปลงโฉมเพิ่มสีสันและลวดลายรถบอลลูนเรียบร้อย ก็จะมาถึง
ขั้นตอนสุดท้ายในการทำให้รถพองตัว ด้วยการเป่าลมทำให้รถแบนๆกลายเป็นรถบอลลูน
ในรูปแบบ3มิติ
       ตอนนี้ก็ถึงเวลาอันสมควรแล้วนะคร้าบ..เราตามมาดูหน้าตาของรถในจินตนาการ
ของน้องๆกันเลยดีกว่า..........





วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กิจกรรมที่ช่วยในการเสริมความคิดสร้างสรรค์

     สวัสดีค่ะเด็กๆ  ปิดเทอมคราวนี้  เด็กๆคงได้หยุดพักผ่อนกันยาวเลยทีเดียว  ว่าแต่ช่วงวันที่ได้หยุดยาวๆกันแบบนี้เด็กๆได้ทำอะไรกันมาบ้างคะ  ส่วนคุณครูก็มีโอกาสได้อ่านเรื่องราวดีๆ  เลยอยากนำมาฝากกันค่ะ
   
     เอาล่ะ  ในเมื่อได้พักกันมาเต็มที่แล้ว  งั้นเรามาดูกันซิว่ากิจกรรมที่พวกเราได้ทำกันมา  มีกิจกรรมอะไรบ้างที่จัดว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์
     1.กิจกรรมที่ฝึกหาแนวคิด (Concept) คือการที่เด็กๆได้รับการฝึกให้มีการรับรู้ที่กว้าง  แนวคิดก็จะกว้าง  ทำให้เด็กๆสามารถนำแนวคิดนั้นมาคิดต่อยอดสิ่งใหม่ๆ  ทดแทนสิ่งที่เคยมี  เช่น  เมื่อได้ยินเสียงกริ่งโทรศัพท์  เราจะหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่เพื่อรีบไปรับโทรศัพท์  ถ้าเราคิดว่าการรับโทรศัพท์นั้นมีแนวคิดคือ "เป็นการดึงดูดความสนใจ" สิ่งที่เราสามารถคิดต่อไปคือ สิ่งที่ดึงความสนใจ  ไม่จำเป็นต้องเป็นเสียงกริ่งอย่างเดียว  อาจเป็นแสง  การสั่นสะเทือน  หรืออาจเป็นกลิ่นก็ได้
     2.กิจกรรมที่ฝึกความคิดเลียนแบบธรมชาติ (Borrow) คือการนำคุณลักษณะทางรูปธรรมชาติหรือนามธรรมของสิ่งหนึ่งไปใช้กับความคิดใหม่ๆ  เช่น  ใช้ลักษณะทางกายภาพรูปร่างของปลาที่ว่ายน้ำโดยมีแรงเสียดทานน้อย  นำไปสร้างโครงสร้างเรือหรือเครื่องบิน  เพื่อให้เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น  ประหยัดพลังงานมากขึ้น  หรือเลียนแบบการสร้างภูมิคุ้มกันโรคตามธรรมชาติโดยการผลิตวัคซีนที่มีลักษณะคล้ายเชื้อโรค  แต่ไม่ก่อให้เกิดโรคเพื่อให้มนุษย์สร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคได้
     3.กิจกรรมที่ฝึกความคิด "มันเป็นอะไรได้บ้าง" (Something method)  คือกิจกรรมที่เด็กๆชอบเล่นอย่างหนึ่งคือการทายอะไรเอ่ย  เพื่อฝึกให้เด็กได้ใช้ทั้งความคิดและจินตนาการ  ซึ่งถ้าเด็กๆได้ฝึกบ่อยๆก็จะเกิดความคิดที่หลากหลายรูปแบบ  ไม่ยึดติดกับสิ่งๆเดียว  เช่น  แก้วน้ำใช้ทำอะไรได้บ้าง  ใส่น้ำ  ใส่ดินสอ  วาดวงกลม  เลี้ยงปลา  แจกัน ฯลฯ
     4.กิจกรรมฝึกความคิดดัดแปลง (Modify) คือการฝึกได้กับสิ่งของ  วิธีการทำงาน  วิธีการเล่น  ตัดสิ่งที่ไม่ดีออก  เพิ่มส่วนที่ดีแทนไปเรื่อยๆ  เช่น  บริษัทโซนี ประเทศญี่ปุ่น  สิ่งที่พนักงานเสนอ...ถ้าดีกว่า  แม้จะเป็นการประหยัดเวลาตั้งแต่ 30 วินาทีขึ้นไป  ก็จะได้รับการพิจารณา  ถ้านำไปใช้  พนักงานคนนั้นก็จะได้รับ Promotion
     5.กิจกรรมฝึกการเชื่อมโยง (Combination) คือการฝึกนำสิ่งที่มีประโยชน์หลายอย่างมารวมกัน  เช่น  บันไดติดล้อ  เครื่องแฟกซ์ (เป็นทั้งเครื่องถ่ายสำเนา โทรศัพท์ และส่งเอกสาร)

     เด็กที่ได้รับการส่งเสริมให้คิดได้หลายๆรูปแบบ  ไม่ีตำหนิ  ไม่ปิดกั้นอย่างสม่ำเสมอ  เท่ากับเป็นการบริหารสมอง  ซึ่งเมื่อเด็กโตขึ้นก็จะยังคงมีความคิดสร้างสรรค์ติดตัวอยู่  เป็นนักคิด  นักปฎิบัติ  นักแก้ปัญหา  ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าคนอื่นๆ

     ข้อมูลจาก : หนังสือเลี้ยงลูกอย่างไรให้เก่ง ดี มีสุข, สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

พัฒนาการทางศิลปะของเจ้าตัวน้อย

      ศิลปะ  จัดเป็นภาษาหนึ่งที่มนุษย์ใช้สื่อสาร  แสดงออกเพื่อเชื่อมโยงความคิดความเข้าใจเข้าด้วยกัน  ซึ่งการแสดงออกทางศิลปะนั้นมักจะแตกต่างกันออกไปตามจินตนาการและการสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคล
     สำหรับเด็ก  จะมีพัฒนาการไปได้มากหรือน้อยเพียงใดนั้น  ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม  โอกาสที่จะได้รับจากผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อจะส่งเสริมให้เด็กได้สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ละจินตนาการของเค้าออกมาในหลายๆด้าน  เช่นจากการวาดภาพระบายสี  การปั้น  การเล่าเรื่อง  เป็นต้น

     ในการศึกษาค้นคว้าพัฒนาการทางศิลปะของเด็กนั้น  ได้แบ่งพัฒนาการทางศิลปะของเด็กไว้เป็น 5 ขั้นด้วยกันคือ

1.ขั้นขีดเขี่ย (Scribbling Stage) อายุระหว่าง 2-4 ปี  โดยในขั้นนี้แบ่งพัฒนาการออกเป็น 4 ขั้น คือ
     - Disorder Scribbling ( 2 ปี) เป็นขั้นที่มีการขีดเขียนแบบสะเปะสะปะ  ยุ่งเหยิง  ปราศจากความหมาย  เนื่องจากการประสานงานของกล้ามเนื้อมือยังไม่ดี
     - Longitudinal Scribbling ขั้นขีดเป็นเส้นยาวๆ  เด็กจะเคลื่อนแขนขีดได้เป็นเส้นยาวซ้ำหลายๆครั้ง  ทั้งแนวตั้งและแนวนอน  เริ่มมีการควบคุมกล้ามเนื้อมือได้ดีขึ้น
     - Circular Scribbling  เป็นขั้นที่เด็กสามารถลากเนเป็นวงกลมได้แล้ว  ซึ่งในระยะนี้การประสานงานของกล้ามเนื้อมือดีและสายตาขึ้น
     - Noming Scribbling  เป็นขั้นขีดเขียนที่มีความหมายมากขึ้น  โดยรูปที่วาดมักเป็นรูปจากสิ่งรอบตัว  เช่น  พ่อ แม่ พี่ น้อง 
     พัฒนาการทั้ง 4 ระยะนี้  มักขึ้นอยู่กับเด็กแต่ละคนว่าจะมีพัฒนาการเร็วถึงขั้น Noming Scribbling  ก่อน (นับว่าเป็นพัฒนาการที่สำคัญมาก) เพราะในขั้นนี้นอกจากเป็นการพัฒนาในเรื่องการเคลื่อนไหวแล้ว  ยังเป็นการพัฒนาการใช้ความคิด  จินตนาการอีกด้วย

2. ขั้นเริ่มขีดเขียน (Pre-Schematic Stage)  อายุระหว่าง 4-7 ปี  เป็นระยะเริ่มต้นการเขียนภาพอย่างมีความหมาย  การขีดเขียนจะปรากฎเป็นภาพชัดเจนมากขึ้น  สัมพันธ์กับความเป็นจริงของโลกภายนอกมากขึ้น  มีความหมายกับเด็กมากขึ้น
     - คนที่วาดอาจเป็น พ่อ แม่ พี่ น้อง ตุ๊กตาที่รัก สัตว์เลี้ยงตัวโปรด
     - ชอบใช้สีที่สะดุดตา  ไม่นึกถึงความเป็นจริงตามธรรมชาติ
     - ช่องไฟ  ภายในภาพยังไม่เป็นระเบียบ  สิ่งที่เขียนมักกระจัดกระจายไม่สัมพันธ์กัน
     - การออกแบบ  ไม่ค่อยมีหรือไม่มีเลย  นึกอะไรก็จะเขียนเลย

3. ขั้นขีดเขียน (Schematic Stage)  อายุระหว่าง 7-9 ปี  เป็นขั้นที่ขีดเขียนให้คล้ายของจริง  ดูได้จาก
     - คน  ยังไม่ค่อยเป็นรูปร่างคนเท่าไหร่  ซึ่งส่วนใดที่เด็กเห็นว่าสำคัญก็มักจะวาดส่วนนั้นให้ใหญ่เป็นพิเศษ  ส่วนที่ไม่สำคัญก็อาจตัดทิ้งไปเลย  ฉะนั้น  เรามักจะเห็นเด็กวัยนี้วาดภาพส่วนต่างๆขาดหายไป  เช่น  ลำตัว  แขน  ขา  เท้า  หรือบางทีอาจจะเป็นภาพคนหัวโต  ตาโต  แขนโตไปเลยก็ได้  แล้วแต่ว่าเด็กจะให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากที่สุด
     - การใช้สี  ส่วนมากใช้สีตรงกับความจริง  แต่มักใช้สีเดียวกันตลอด  เช่น  พระอาทิตย์ต้องสีแดง  พระจันทร์ต้องสีเหลือง  ท้องฟ้าต้องสีฟ้า  ใบไม้ต้องสีเขียว
     - ช่องว่าง  มีการใช้เส้นฐานแล้วเขียนทุกอย่างสัมพันธ์กันบนเส้นฐาน  เช่น  วาดรูปคน  สุนัข  ต้นไม้  บ้านอยู่บนเส้นเดียวกัน  ภาพที่ออกมาจะเป็นลำดับเหตุการณ์ ส่วนสูง  ขนาด  ยังไม่มีความสัมพนธ์กัน
     - งานออกแบบไม่ค่อยดี  มักเขียนตามความพอใจของตนมากกว่า

4. ขั้นวาดภาพของจริง (The Drawing Realism )  อายุระหว่าง 9-11 ปี  เป็นขั้นเริ่มต้นการขีดเขียนอย่างของจริง  เนื่องจากระยะนี้เด็กเริ่มมีการรวมกลุ่มโดยแบ่งแยกชาย  หญิง  เด็กผู้ชายชอบการผาดโผน  เด็กผู้หญิงชอบการแต่งตัว  ดังนั้น  เรืองราวการขีดเขียนจึงแสดงออกตามแต่ละบุคคล
     - คน  จะเน้นเรื่องเพศด้วยเครื่องแต่งตัว  แต่กระด้างๆ
     - สี  ใช้ตามความเป็นจริง  แต่อาจมีแทรกความรู้สึกเข้าไป  เช่น  บ้านคนจนอาจใช้สีมัวๆ  บ้านคนรวยอาจใช้สีสดใส
     - ช่องว่าง  ทุกอย่างในช่องว่างเหลื่อมล้ำกันได้  เช่น  ต้นไม้บังท้องฟ้า  วาดฟ้าคลุมไปถึงพื้นดิน  รูปผู้หญิงมักเน้นลวดลาย  รูปผู้ชายมักเป็นเรื่องราวการต่อสู้
     การจัดวัตถุให้สัมพันธ์กันเป็นเรื่องสำคัญมากในระยะนี้  เพราะเป็นระยะแรกของพัฒนาการทางการรับรู้ทางสายตา  ซึ่งนำไปสู่การวาดภาพสามมิติได้อีกต่อหนึ่ง
     - การออกแบบ  ประสบการณ์ของเด็กจะทำให้เด็กมีการออกแบบมากขึ้น  เป็นธรรมชาติมากขึ้น
 5. ขั้นตอนการใช้เหตุผล (The Stage of Reasoning)  อายุระหว่าง 11-12 ปี  ขั้นการใช้เหตุผลระยะเข้าสู่วัยรุ่น  เป็นระยะที่เด็กแสดงออกมาอย่างไม่รู้สึกตัว  เช่น  เอาไม้บรรมัด  ดินสอมาร่อนแล้วทำเสียงเครื่องบิน  เด็กจะทำอย่างเป็นอิสระและสนุกสนาน 
     - การวาดคน  จะเห็นข้อต่อของคน  ซึ่งเป็นระยะที่เด็กเริ่มค้นพบ  เสื้อผ้ามีรอยพลิ้วไหว  มีรคอยย่น  รอยยับ  คนแก่-เด็กต่างกัน  ด้านสัดส่วนก็ใกล้ความจริง  มีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้นแต่จะเป็นรายละเอียดที่จำเป็นเท่านั้น  เน้นสัดส่วนสำคัญที่เกินความจริง  ชอบวาดตนเอง  แสดงความรู้สึกทางร่างกายมากกว่าคุณลักษณะภายนอก
     - สี  แบ่งออกเป็น 2 พวก  พวกแรกจะใช้สีตามความเป็นจริง (Visually Minded)  ส่วนอีกพวกมักใช้สีตามอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง (Non Visually Minded)  มักแสดงออกโดยเน้นความสัมพันธ์ทางอารมณ์กับโลกภายนอก  นับเป็นการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ทางศิลปะ
     - ช่องว่าง  พวก Visually Minded  เด็กเริ่มรู้จักเส้นระดับ  รูปเริ่มมี 3 มิติ  โดยการจัดขนาดวัตถุเล็กลงตามลำดับ  ระยะใกล้ไกล  ส่วนพวก Non Visually Minded มักไม่ค่อยใช้รูป 3 มิติ  ชอบวาดภาพคนและมักเขียนโดยใช้ตนเองเป็นผู้แสดง  สิ่งแวดล้อมจะเขียนเมื่อจำเป็นเท่านั้น
     - การออกแบบ  พวก Visually Minded ชอบออกแบบทางสวยงาม  พวก Non Visually Minded  มักมองทางประโยชน์  อารมณ์  แต่ทั้งนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น  เด็กจะยังไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องของการออกแบบอย่างจริงจัง

    





วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ภาพบรรยากาศเข้าค่ายดินสอสี



 ค่ายดินสอสี..!




น้องๆคนไหนที่พลาดโอกาศไปเข้าค่ายในปีนี้..เรามีภาพ
บรรยากาศของความสนุกในวันนั้นมาฝากให้ได้ชมกันค่ะ






กินอะไรกันหว่า..น่าอร่อยเชียว


รวมภาพในวันนั้น

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2554

แอบดูเด็กๆวันสบายๆ กับงานประดิษฐ์


วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ทำไมวันเกิดต้องมีเค้ก


Happy Birthday to you    Happy Birthday to you    Happy Birthday   Happy Birthday    Happy Birthday to you

น้องๆเคยสงสัยกันมั้ยคะว่า  ทำไมวันเกิดของเราทุกๆปีถึงต้องมีเค้กเป็นขนมที่ใช้เลี้ยงกันในวันเกิด  มาค่ะ  วันนี้คุณครูมีประวัติของเค้กวันเกิดมาเล่าให้ฟัง

          จากการสำรวจข้อมูลทางประวัติศาสตร์แล้วพบว่า  ทฤษฎีเกี่ยวกับต้นกำเนิดของธรรมเนียมการใช้เค้กวันเกิดเพื่อเป็นสัญญ,ักษณ์ในการฉลองวันเกิดนั้นมีด้วยกันหลากหลายทฤษฎี  บางคนเชื่อว่ามีมาตั้งแต่สมัยโบราณ  ในขณะที่บางคนเชื่อว่าเริ่มขึ้นในยุคกลาง (Middle Ages)

          ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์อาหารเชื่อว่า  เค้กวันเกิดมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว  เนื่องจากคนสมัยก่อนชอบทำขนมอบจำพวกขนมเค้กและขนมปังเพื่อใช้ในงานพิธีกรรมทางศาสนา  งานแต่งงาน  งานศพ  รวมถึงงานวันเกิดด้วย

          ในสมัยกรีกมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตำนานเค้กวันเกิดระบุเอาไว้ว่า  เป็นขนมหวานสำหรับบูชาเทพีจัทรา  โดยชาวเมืองกรีกนิยมทำเค้กน้ำผึ้ง  หรือขนมปังหวานรูปวงกลมเพื่อนำไปบูชาเทพีจันทราที่วิหารอาร์เทอมิส

          ขณะที่นักทฤษำีบางสำนักเชื่อว่า  จุดเริ่มต้นของเค้กวันเกิดมีขึ้นครั้งแรกในประเทศเยอรมนีช่วงยุคกลาง  ซึ่งเป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองของศาสนาคริสต์  โดยชาวคริสต์จะทำขนมปังหวานเป็นรูปพระเยซูทรงอยู่ในห่อตัวในประสูติ  เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ที่ระลึกในวันคล้ายวันประสูติของพระองค์

          ในเวลาต่อมา  ชาวเมืองเบียร์ก็เลยได้ไอเดียใหม่ๆ  ทำเค้กเพื่อฉลองวันเกิดให้แก่เด็กๆ  และจากนั้นมา  ธรรมเนียมเช่นนี้ก็ถูกปฎิบัติสืบทอดต่อกันมา  จวบจนกระทั่งทุกวันนี้

          ทั้งนี้  ไม่ว่าเค้กวันเกิดจะเกิดขึ้นจากทฤษฎีใดก็ตาม  จะสังเกตได้ว่าจุดเริ่มต้นก็ล้วนมาจากทางฝั่งยุโรปทั้งสิ้น  ดังนั้น  จึงอาจจะสรุปได้ว่า  ธรรมเนียมการเป่าเค้กวันเกิดเริ่มต้นจากฝั่งตะวันตก

          เป็นยังไงมั่งคะน้องๆ  คราวนี้...เราก็รู้ถึงที่มาของเค้กวันเกิดกันแล้วใช่มั้ย  งั้นคราวหน้า  เรามาดูกันต่อว่า  เรื่องเทียนที่อยู่บนเค้กนั้น  มันมีที่มาอย่างไรอีกบ้าง

          คราวนี้คุณครูของไปหาซื้อเค้กวันเกิดให้กับคุณแม่ของคุณครูก่อนนะคะ  Happy Birthday to every body ค่ะ

วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ภาพความประทับใจของ Global Art Mini Competition 2554


วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กิจกรรมโชว์ความสามารถด้านการวาดรูป ระบายสี ผ่านกิจกรรมดีๆ

         กิจกรรมดีๆ  Happy Family Have Fun Together ที่ทางสถาบัน Global Art & Creative สาขาพาราไดซ์ พาร์ค และ สาขาสุขมุวิท 101/1 ร่วมกันชักชวนน้องๆวัย 5-15 ปี ที่เรียนภายใต้หลักสูตร Global Art มาร่วมกันวาดภาพแสดงความประทับใจต่อความรักความอบอุ่นของครอบครัว  งานจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา ณ ลาน Education Zone ชั้น 3 Paradise Park ถ.ศรีนครินทร์  งานนี้น้องๆได้รับของรางวัลพร้อมของที่ระลึกในงานมากมายทีเดียว  สุดแสนประทับใจกับรอยยิ้ม  และความภูมิใจของทั้งคุณพ่อ  คุณแม่  คุณลูกอย่างถ้วนหน้า  และครั้งแรกที่นี่ที่เดียวกับกิจกรรมเสวนาเพื่อคุณพ่อ  คุณแม่โดยเฉพาะ  พบเคล็ดลับ How To  ในการเลี้ยงลูกแต่ละช่วงวัย  ภายใต้หัวข้อ  "วันนี้คุณรู้จักลูกดีแล้วหรือยัง"  โดยวิทยากรคุณภาพ  "คุณวิเชียร  หาญดำรงธรรม"  ผู้แปลหนังสือ  "Nuturing the winner and genius in your child" by Adam Khoo & Gary Lee"  จบงาน  ทุกคนกลับบ้านด้วยความอิ่มเอมใจ  คุณพ่อคุณแม่ได้ความรู้  คุณลูกได้แสดงผลงาน  พบกับภาพอันอบอวลไปด้วยความสนุก  สุดประทับใจได้ที่นี่  เร็วๆนี้ค่

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ขอแสดงความยินดีกับน้องๆที่ได้รับรางวัลการประกวด Mini art competition

  

น้องๆที่ได้รับรางวัลในการเข้าร่วมประกวด Global art Mini Competition 2011 ครูขอแสดงความยินดีด้วยนะค่ะเก่งกันทุกๆคนเลย





    น้องมาย์ด ชนะเลิศกลุ่ม A

น้องโอปอล์ ชนะเลิศกลุ่ม B


น้องริว ชนะเลิศกลุ่ม C


น้องโปเต้ ชนะเลิศกลุ่ม D


และน้องๆที่ได้รับรางวัลอีกหลายๆคน..ดีใจด้วยค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ประกาศรายชื่อและที่นั่งแข่งขัน












 ***กรุณาตรวจสอบรายชื่อและเลขที่นั่งก่อนวันแข่งนะคะ  หากข้อมูลผิดพลาด  กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ๆโต๊ะลงทะเบียนค่ะ***

















วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Global Art Mini Competition 2554




กำหนดการ

10.30 - 11.30 น.           ลงทะเบียนเพื่อรับ Sticker ป้ายชื่อ
11.30 - 11.45 น.           ผู้เข้าประกวดนั่งประจำที่
11.45 - 12.00 น.           พิธีกรกล่าวเปิดงาน
12.00 น.                       เริ่มเวลาการแข่งขัน
14.00 น.                       หมดเวลาการแข่งขันของกลุ่ม A,B
14.30 น.                       หมดเวลาการแข่งขันกลุ่ม C,D
14.45 น.                       เสวนา หัวข้อ "วันนี้...คุณรู้จักลูกคุณดีแล้วหรือยัง"
15.30 น.                       ประกาศผลการแข่งขัน
16.00 น.                       ผู้เข้าประกวดถ่ายรูปร่วมกัน  เสร็จสิ้นงาน

หมายเหตุ*  ผลงานของน้องๆพร้อมเกียรติบัตรสามารถขอรับได้หลังจากการประกวด 1 สัปดาห์  ที่สาขาที่เรียนได้เลยนะคะ

รางวัลที่ได้รับ
รางวัลชนะเลิศ (Champion)
1. เงินรางวัล 1,500 บาท และ คูปองค่าเรียนมูลค่า 2,000 บาท
2. ถ้วยรางวัลพร้อมเกียรติบัตร
3. บัตรสมาชิกพร้อมชุดหนังสืออ่านได้แสนสนุก จากร้านหนังสือนานมี มูลค่า 1,500 บาท
4. คูปองเพื่อใช้บริการที่ Auto Glym มูลค่า 1,000 บาท
5. ของรางวัลจากผู้สนับสนุนการประกวด

รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง (2nd Place)
1.คูปองค่าเรียนมูลค่า 1,500 บาท

2. ถ้วยรางวัลพร้อมเกียรติบัตร
3. บัตรสมาชิกพร้อมชุดหนังสืออ่านได้แสนสนุก จากร้านหนังสือนานมี มูลค่า 1,300 บาท
4. คูปองเพื่อใช้บริการที่ Auto Glym มูลค่า 500 บาท
5. ของรางวัลจากผู้สนับสนุนการประกวด

รางวัลชนะเลิศอันดับสอง (3rd Place)
1.คูปองค่าเรียนมูลค่า 1,000 บาท
2. ถ้วยรางวัลพร้อมเกียรติบัตร
3. บัตรสมาชิกพร้อมชุดหนังสืออ่านได้แสนสนุก จากร้านหนังสือนานมี มูลค่า 1,200 บาท
4. คูปองเพื่อใช้บริการที่ Auto Glym มูลค่า 500 บาท
5. ของรางวัลจากผู้สนับสนุนการประกวด

รางวัลชมเชย
1. ใบเกียรติบัตร
2. นิตยสาร Go Genius จากร้านหนังสือนานมี
3. ของรางวัลจากผู้สนับสนุน

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554

ทำความเข้าใจและการเตรียมตัวก่อนงานประกวดที่จะมาถึงกันค่ะ


มาแล้วตามคำเรียกร้อง...การจัดการประกวดวาดภาพระบายสีของ Global Art สาขา Paradise Park และ Sukhumvit101/1 ที่กำลังใกล้เข้ามาในเดือนมิถุนายนนี้ แต่ก่อนที่จะถึงวันแข่ง เรามาทำความเข้าใจและเตรียมตัวกับการประกวดในครั้งนี้กันก่อนดีกว่าค่ะ

อันดับแรกที่เราควรทำความเข้าใจนั่นคือ การประกวดในครั้งนี้ "เราไม่ได้มุ่งเน้นหาผู้ชนะนะคะ แต่เราเน้นเรื่องพัฒนาการและการประเมินผล" นั่นคือ เน้นให้เด็กกล้าที่จะคิด กล้าแสดงออก และแก้ปัญหาโจทย์ภาพที่มี โดยสร้างสรรค์ผลงาน ถ่ายทอดออกมาด้วยตัวเองทั้งหมด เพื่อเป็นการประเมินให้รู้ว่า เมื่อเด็กๆต้องทำงานด้วยตัวเองโดยไม่มีคุณครูยืนประกบเหมือนในเวลาเรียน เด็กๆจะทำงานเองได้หรือไม่และต้องเสร็จให้ทันภายในเวลาที่กำหนดด้วย

อันดับที่สอง ภาพที่เด็กวาดออกมาไม่จำเป็นต้องถูกต้องตรงตามสัดส่วน เพราะ Global Art ไม่ได้สอน Fine Art แต่สอนให้เด็กถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาษาภาพได้ ซึ่งภาษาภาพจัดว่าเป็นการประมวลความคิดของเด็กที่สามารถบอกได้ถึงการพัฒนาของสมองทั้งสองซีก นั่นคือการเรียบเรียงเรื่องราวและถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นเหตุและเป็นผล อย่างมีขั้นตอนค่ะ

และอันดับสุดท้ายที่เราอยากให้ผู้ปกครองทุกท่านได้เข้าใจตรงกันกับจุดประสงค์ที่เราได้จัดการประกวดในครั้งนี้นั่นคือ "การประกวดวาดภาพและรางวัลนั้นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญสำหรับเด็กๆ แต่การประกวดนั้นเป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งที่ใช้กระตุ้นการแสดงออกทางความคิดและจินตนาการของเด็กๆค่ะ"

เอาล่ะค่ะ เมื่อเราได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการประกวดวาดภาพในครั้งนี้แล้ว ต่อจากนี้เราก็จะมาแนะนำวิธีการดูภาพผลงานของน้องๆกันนะคะ

1. ในการดูภาพของเด็กๆ เราควรให้ความสำคัญด้านเนื้อหาเรื่องราวของภาพอย่างมาก เพราะผลงานบางชิ้นอาจมีความคิดสร้างสรรค์ มีความสวยงาม มีเทคนิคหลากหลาย แต่กลับถ่ายทอดเนื้อหาไม่ได้

2. ความคิดสร้างสรรค์ด้านเนื้อหา การเลือกใช้สี การจัดภาพ มุมมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเป็นผลงานที่มีความโดดเด่นแตกต่างไปจากผู้อื่นที่เคยมีมา

3. ด้านองค์ประกอบของภาพ คือการแสดงรายละเอียดต่างๆของภาพ การเน้นจุดสนใจของภาพควบคุมไม่ให้กระจัดกระจายจนเกินไป เลือกใช้คู่สีที่สวยงามหลากหลาย

4. เปรียบเทียบกับพัฒนาการการวาดภาพของเด็ก ว่าเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กในช่วงอายุนั้นหรือไม่

5. มีความมั่นใจในการแสดงออก ดูได้จากการวาดและการเลือกใช้สี

6. ความบริสุทธิ์ของงานที่ปราศจากความคิดของผู้ใหญ่ชี้นำ ข้อนี้สำคัญมาก เพราะเด็กบางคนอาจจะนึกถึงคำชี้แนะหรือการฝึกฝนจากครู ผู้ปกครองจนมากเกินไป ซึ่งไม่เกิดผลดีต่อความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก เพราะนั่นเท่ากับว่าเป็นการที่ให้ผู้ใหญ่ช่วยแต่งเติมความคิดของเด็ก จนทำให้งานเสียความบริสุทธิ์และคุณค่าของงานนั้นไป

เป็นยังไงบ้างคะ พออ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วคงพอเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์การจัดการประกวดวาดภาพและวิธีการดูภาพวาดของเด็กๆขึ้นบ้างแล้วนะคะ จากนี้คุณพ่อคุณแม่ลองหางานประกวดให้น้องๆได้เริ่มฝึกฝน สร้างทัศนคติที่ดีต่อการประกวดที่ไม่ได้เน้นการแข่งขันหรือของรางวัล แล้วเริ่มนับถอยหลังเตรียมตัวเข้าสมัครงานประกวดซึ่งทางศูนย์ฯกำลังจะเปิดรับสมัครในวันที่ 1-30 พฤษภาคมนี้นะคะ แล้วคอยติดตามข่าวสารจากเราอย่างต่อเนื่องนะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554

เลือกกิจกรรมในช่วงปิดเทอมอย่างไรให้ได้ประยชน์


ปิดเทอมหน้าร้อนคราวนี้ โรงเรียนต่างๆก็คงจัดโปรโมชั่นหรือคอร์สการเรียนออกมามากมายให้คุณพ่อ คุณแม่เลือกจนปวดหัวเลยใช่มั้ยคะ งั้นวันนี้เรามาดูวิธีเลือกกิจกรรมในช่วงปิดเทอมให้น้องๆกันดีกว่าค่ะ

อันดับแรก เลือกจากกิจกรรมที่น่าสนใจ
* คุณพ่อ คุณแม่สามารถดูข้อมูลรายละเอียดต่างๆจากเอกสารของโรงเรียนที่ได้รับแจกมา
* อธิบายถึงข้อดี ข้อเสียของกิจกรรมแต่ละโรงเรียนให้น้องๆได้รู้ เช่น เรียนศิลปะต้องเรียนวันละ 1.5 - 2 ชั่วโมง อาจจะเมื่อยมือ แล้วถามดูว่าน้องๆชอบแบบไหน
* เลือกกิจกรรมให้เหมาะสมกับช่วงอายุของน้องๆ
* ดูวัตถุประสงค์จากกิจกรรมว่าช่วยเสริมพัฒนาในด้านใดให้กับน้องๆบ้าง
* เนื้อหาของกิจกรรมควรจะเหมาะสมกับบุคลิกลักษณะเฉพาะตัวของน้องๆด้วยนะคะ
* เลือกกิจกรรมที่มีค่าใช้จ่ายพอสมควร ไม่เลือกที่แพงเกินกว่าความจำเป็น

อันดับที่สอง เลือกจากสถานที่
* ควรเลือกโรงเรียนที่คุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองสามารถเดินทางไปรับ - ส่งได้สะดวก เช่นเป็นทางผ่านไปที่ทำงาน หรือใกล้บ้าน

อันดับที่สาม เลืิอกกิจกรรมที่มีความหลากหลาย
* ในกรณีที่มีวันเรียนไม่มากนัก อาจเลือกกิจกรรมที่น้องยังไม่เคยเรียน เพื่อเก็บเป็นประสบการณ์หรือค้นหาความถนัดเฉพาะด้านให้กับน้องๆในอนาคต

อันดับที่สี่ เลือกจากพื้นฐานความถนัดที่ควรส่งเสริมมากขึ้น
* ถ้าน้องๆมีความสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คุณพ่อ คุณแม่ก็น่าจะสนับสนุนในกิจกรรมนั้นๆเพื่อพัฒนาทักษะและความสามารถเพิ่มขึ้นตามลำดับ

อันดับที่ห้า เลือกจากกิจกรรมที่ไม่มีในการเรียนภาคปกติ
* กิจกรรมในช่วงปิดเทอม ควรเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลายหรือเสริมทักษะในด้านอื่นๆนอกจากการเรียนในภาคปกติ แต่ควรจะเชื่อมโยงกับประสบการณ์และพื้นฐานของน้องๆด้วย เช่น ฝึกทักษะทางกีฬาฟุตบอล

อันดับที่หก เลือกกิจกรรมที่ไม่ยากหรือง่ายจนเกินไป
* กิจกรรมควรมีความท้าทายและใช้ความสามารถของเด็กที่มีอยู่ให้เต็มที่ เพราะตัวกิจกรรมจะช่วยในการฝึกและพัฒนาทักษะของน้องๆ ดังนั้นคุณพ่อ คุณแม่ควรเลือกโรงเรียนที่มีความเชี่ยวชาญและมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรของกิจกรรมและเข้าใจในตัวเด็กด้วยนะคะ

ในการเลือกกิจกรรมสำหรับน้องๆนั้น คุณพ่อ คุณแม่ควรมีกรอบ ขอบเขต และวัตถุประสงค์ในการเลือกโดยคำนึงถึงความต้องการและการส่งเสริมพัฒนาการของน้องๆด้วยนะคะ

เมื่อรู้ถึงวิธีการเลือกกิจกรรมให้น้องๆแล้ว ก็ขอให้ทุกคนมีความสุขกับกิจกรรมในปิดเทอมหน้าร้อนนี้นะคะ

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ค้นหาความคิดสร้างสรรค์จากพฤติกรรมเด็กกันค่ะ

เมื่อสัปดาห์ก่อนได้พบบทความที่น่าสนใจบทความหนึ่้งค่ะ ในสัปดาห์นี้เราเลยหยิบยกประเด็นจากบทความนั้นมาเล่าให้ผู้ปกครองได้ทราบกันค่ะ โดยบทความนั้นกล่าวถึงนักจิตวิทยาทางการศึกษาจากทั่วโลกเชื่อกันว่า เด็กทุกคนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และสามารถพัฒนาให้เจริญงอกงามได้ตามระดับความสามารถของแต่ละบุคคล ถ้าหากเด็กนั้นๆได้รับการเสริมและสนับสนุนให้มีการแสดงออกภายใต้บรรยากาศที่มีเสรีภาพ ซึ่งสำหรับเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ในตัว นั้น ผู้ปกครองสามารถสังเกตหรือพิจารณาจากพฤติกรรมได้หลายด้าน ดังนี้ค่ะ



1. การเป็นผู้กระตือรือล้นอยู่ตลอดเวลา



2. การเป็นผู้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆด้วยความคิดของตนเอง



3. การเป็นผู้ชอบสำรวจตรวจสอบความคิดใหม่ๆ



4. การเป็นผู้เชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง



5. การเป็นผู้สอบสวนสิ่งต่างๆ



6. การเป็นผู้มีประสาทสัมผัสอันดีต่อความงาม

จะเห็นได้ว่าการสร้างสรรค์ คือ การเจริญงอกงามทั้งทางด้านความคิด ร่างกาย และพฤติกรรม

และศิลปะก็คือเครื่องมือที่ดีและเหมาะสมที่สุดในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เพราะกระบวนการทางศิลปะไม่มีขอบเขตแห่งการสิ้นสุด สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้แก่เด็กได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังช่วยให้เด็กเกิดความคิดที่ต่อเนื่องอย่างไม่จบสิ้นและก้าวไปยังโลกแห่งจินตนาการอย่างไม่มีขอบเขต

แล้วเด็กๆที่บ้านล่ะคะ มีพฤติกรรมที่กล่าวมาแล้วตรงกับข้อไหนบ้างเอ่ย อย่าลืมลองสังเกตกันดูนะคะ

ในครั้งหน้าเราจะมาคุยกันต่อว่าศิลปะดีกับเด็กๆยังไงกันบ้าง

แล้วพบกันค่ะ

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554

ปีใหม่ที่สาขา Paradise Park

สัปดาห์ที่แล้วเราได้ชมภาพบรรยากาศกิจกรรมปีใหม่ของศูนย์ปิยรมย์ไปแล้ว งั้นสัปดาห์นี้เรามาชมภาพบรรยากาศของศูนย์ Paradise Park กันบ้างดีกว่าคะ



เห็นบรรยากาศสนุกสนานที่เราจัดไปทั้งสองศูนย์แบบนี้แล้ว อยากบอกว่ากิจกรรมปีใหม่ในครั้งต่อไป น้องๆคงพลาดไม่ได้แล้วนะคะ

แล้วพบกันใหม่ในกิจกรรมสนุกๆครั้งต่อไปค่ะ

วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554

รวมภาพกิจกรรมช่วงปีใหม่





สวัสดีปีใหม่จ้า....!


( Happy Naw Year )



สิ้นปีเก่าไปซะที...ขอให้เริ่มสิ่ง
ใหม่ๆไปกับปีใหม่นี้เลยนะค่ะ น้องๆหนูๆคนไหนที่ยังไม่ได้
ตั้งใจเรียนขอให้เริ่มตั้งใจเรียนกันได้แล้วนะในปีใหม่นี้



ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทาง Global art เราได้จัดกิจกรรม
ขึ้นที่ศูนย์ปิยรมย์ครูจึงเก็บรวบรวมภาพบรรยากาศในวันนั้นมาให้น้องๆ
ได้นึกถึงกันอีกรอบ และส่วนน้องๆคนไหนที่พลาดโอกาศนี้ไม่ได้มาร่วม
กิจกรรมในวันนั้นก็จะสามารถเข้าชมภาพบรรยากาศได้เหมือนกันนะค่ะ...
ดูแล้วจะรู้ว่าวันนั้นน่าสนุกขนาดไหน..หุ หุ





ใครจับฉลากของขวัญได้อะไรกันบ้าง
รู้สึกว่าจะยิ้มกันไม่หุบเลยเชียว




วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ประกวดวาดภาพกับ Toyota

ขอเชิญน้องๆ Global Art ที่มีอายุระหว่าง 7-15 ปี เข้าร่วมกิจกรรม workshop และประกวดวาดภาพ ในหัวข้อ "Dream Car รถในฝัน" ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ Global Art ได้จัดร่วมกับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและค่าสมัครใดๆทั้งสิ้น



รายละเอียดในวันประกวด
12.00 - 13.00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมที่อาคาร The Style by Toyota
13.00 - 14.30 น. เชิญเยี่ยมชมอาคารใหม่และเข้าร่วมกิจกรรม workshop
14.30 - 17.00 น. แจ้งกติกาและเริ่มการแข่งขัน
17.00 - 18.00 น. ประกาศผลการแข่งขัน

การเตรียมตัวในวันแข่ง
1. แต่งตัวตามสบาย
2. นำอุปกรณ์เครื่องเขียน สีไม้ สีoil หรือสีโปสเตอร์ ตามที่ตัวเองถนัดและอุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ในการประกวดไปเอง
3. กระดาษที่จะใช้ในการประกวด (ขนาด A3) ผู้จัดจะเป็นผู้เตรียมให้

เกณฑ์ในการตัดสิน
1. การวาด 30%
2. การลงสี 30%
3. ความคิดสร้างสรรค์ 40%

รางวัล
รางวัลผลงานดีเด่น 3 ชิ้นในแต่ละกลุ่มจะได้รับ New Ipod Shuffle ท่านละ 1 รางวัล
รางวัลผลงานยอดเยี่ยม 10 ชิ้นในแต่ละกลุ่มจะได้รับของรางวัลจากผู้สนับสนุน
***ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะได้รับเสื้อยืดคนละ 1 ตัวในงาน และประกาศนียบัตรจาก โกลเบิล อาร์ต หลังวันงาน

วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ศิลปะช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้จริงหรือ?

เมื่อสัปดาห์ก่อน เราได้พูดถึงความหมายและลักษณะการแสดงออกของความคิดสร้างสรรค์ไปแล้ว ในสัปดาห์นี้ เราจะมาพูดกันต่อเรื่องศิลปะกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์กันนะคะ...


เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ความคิดสร้างสรรค์คือ ลักษณะของความคิดที่มีหลายมิติ หลายมุมมอง สามารถคิดได้กว่างไกล ไร้กรอบ ไร้ขอบเขต ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ที่ว่าเหล่านี้มักจะประกอบไปด้วย ความคิดริเริ่ม ความคล่องแคล่วง ความยืดหยุ่น และความละเอียดละออ ซึ่งความคิดทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะนำไปสู่ความคิด การประดิษฐ์สิ่งแปลกใหม่ และบูรณาการองค์ความรู้ต่างๆที่ได้จากประสบการณ์เดิม เชื่อมโยงกับสถานการณ์ใหม่ ก่อให้เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่และเกิดนวัตกรรมตามมา


ด้วยเหตุนี้ศิลปะจึงสามารถช่วยพัฒนาองค์ประกอบต่างๆของความคิดสร้างสรรค์ได้ทั้ง 4 ด้าน กล่าวคือ


1. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Originality) ช่วยให้มีความคิดแปลกใหม่ เกิดการนำความรู้เดิมมาคิดดัดแปลง และประยุกต์ให้เกิดเป็นสิ่งใหม่

จากภาพ จะเห็นได้ว่าเด็กมีการมีการประยุกต์เรื่องราวจากที่เคยคิดว่าหนูเป็นเพียงสัตว์ตัวเล็กๆ ไม่น่าจะต่อสู้กับสิงโตผู้เคยได้ชื่อว่าเป็นจ้าวป่าได้กลับมาให้เป็นหนูยอดนักสู้ค่ะ



2. ความคล่องแคล่ว (Fluency) ช่วยให้มีความคิดที่ไม่ซ้ำในเครื่องเดียวกัน ไม่หมกมุ่น คิดวกวน สามารถคิดได้รวดเร็ว นำมาซึ่งการพูดที่คล่องแคล่วและการกระทำที่รวดเร็ว
จากภาพ ในโจทย์ภาพเดียวกันเด็กสามารถคิดและวาดออกมาเป็นภาพได้อย่างรวดเร็ว โดยภาพนี้เด็กใช้เวลาในร่างภาพน้อยกว่าเด็กคนอื่นที่ได้โจทย์ภาพเดียวกันค่ะ



3. ความยืดหยุ่น (Flexibility) ช่วยให้คิดได้หลากหลายมุมมอง ไม่ซ้ำรูปแบบหรือกรอบความคิดแบบเดิม ไม่ยึดติด สามารถเห็นประโยชน์ของสิ่งของอย่างใดอย่างหนึ่งว่ามีอะไรบ้าง ได้หลายอย่าง
จากภาพ เด็กสามารถถ่ายทอดจินตนาการเพื่อบอกเล่าถึงการเดินทางไปพักผ่อนของผัก ซึ่งเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เด็กสามารถคิดนอกกรอบจากเดิมที่ผัก จะเป็นได้แค่เพียงอาหารเท่านั้นค่ะ

4. ความละเอียดละออ (Elaboration) ช่วยให้มีความพิถีพิถันในการตกแต่งรายละเอียด ช่างสังเกต ในสิ่งที่คนอื่นมองข้ามหรือนึกไม่ถึง

จากภาพ เป็นการใส่รายละเอียดของภาพที่เป็นมดตัวเล็กๆที่ด้านล่างของกระดาษ เป็นการแสดงถึงความช่างเกตของเด็กค่ะ
จากองค์ประกอบต่างๆที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นจะเห็นได้ว่า ศิลปะมีส่วนต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยตรงเลยทีเดียว และนอกจากศิลปะจะมีผลต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์แล้ว ศิลปะยังมีผลต่อการพัฒนาอารมณ์ นั่นคือได้ระบายปัญหาความคับข้องใจ ความรู้สึกซ่อนเร้นออกมาทางศิลปะในทิศทางที่สร้างสรรค์ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย มีสมาธิและลดความตึงเครียดและความวิตกกังวลได้เช่นกัน
นอกจากนี้ศิลปะยังช่วยเสริมสร้างทักษะทางสังคมผ่านทางการทำกิจกรรมศิลปะร่วมกันเป็นกลุ่ม รู้จักรอคอย ช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้อีกด้วย
***ตอนต่อไปเราจะมาคุยกันต่อในเรื่องของพัฒนาการทางศิลปะของเด็กในแต่ละช่วงวัยกันนะคะ คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย พลาดไม่ได้ค่ะ***